วิธีทำบัวลอย
วิธีทำบัวลอย

วิธีทำบัวลอย

วิธีทำบัวลอย

วิธีทำบัวลอย แป้งนุ่มหนึบไม่เละ พร้อมเคล็ดลับต้มน้ำกะทิให้หอมมัน เพิ่มไข่หวาน มะพร้าวอ่อน หรือเผือกได้ตามชอบ ทำกินเองง่าย ๆ ที่บ้าน เพื่อให้สุกพร้อมกันและรับประทานง่าย เมื่อต้มน้ำจนเดือดจึงค่อยใส่เม็ดแป้งลงไป รอจนบัวลอยลอยขึ้นด้านบนแล้วต้มต่อเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อด้านในสุกทั่วและมีความเหนียวนุ่มกำลังดี

ส่วนน้ำกะทิควรใช้กะทิที่มีกลิ่นหอมและมีความเข้มข้น นำขึ้นตั้งไฟอ่อนแล้วเติมน้ำตาลกับเกลือเล็กน้อย คนให้ส่วนผสมละลายจนได้รสหวานมันกลมกล่อม ไม่ควรใช้ไฟแรงเพราะอาจทำให้กะทิแตกมันและเนื้อสัมผัสไม่เนียน เมื่อได้รสตามต้องการจึงนำเม็ดบัวลอยที่ต้มสุกแล้วใส่ลงในหม้อ เคี่ยวต่อเพียงครู่เดียวให้แป้งดูดซึมความหอมของน้ำกะทิ หากต้องการเพิ่มความน่ากิน สามารถเติมไข่หวาน มะพร้าวอ่อน หรือเผือกนึ่งได้ตามชอบ เคล็ดลับสำคัญคือไม่ควรต้มเม็ดบัวลอยในน้ำกะทินานเกินไป เพราะแป้งอาจอืดและทำให้น้ำข้นจนเกินพอดี เพียงควบคุมเนื้อแป้ง ระดับไฟ และรสชาติให้สมดุล ก็จะได้บัวลอยเนื้อนุ่มหนึบ น้ำกะทิหอมละมุน พร้อมตักเสิร์ฟแบบร้อน ๆ ได้ทันที

#บัวลอย ไข่หวาน
#บัวลอยไข่หวาน
#บัวลอย ใช้ แป้ง อะไร
#บัวลอย ใช้แป้งอะไร
#วิธี ทํา แป้งบัวลอย ให้เหนียวนุ่ม

บัวลอยสามสหาย

บัวลอย ไข่หวาน
บัวลอย ไข่หวาน
  • เริ่มจากเตรียมแป้งเผือก โดยใส่แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน เผือกนึ่งบด และน้ำเปล่าลงในชามผสม จากนั้นนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนได้เนื้อแป้งที่เนียน แล้วพักแป้งไว้ ส่วนแป้งฟักทองและแป้งใบเตยให้ผสมด้วยวิธีเดียวกัน

  • เมื่อเตรียมแป้งครบทั้งสามสีแล้ว ให้นำแป้งมาปั้นเป็นลูกกลมขนาดพอดีคำจนหมด จากนั้นวางพักเตรียมไว้

  • ต่อมาเตรียมน้ำกะทิ โดยตั้งหม้อบนไฟปานกลาง เทหัวกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาล เกลือ และใบเตย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ต้มจนกะทิเริ่มเดือดและน้ำตาลละลายหมด จากนั้นปิดไฟและยกลงพักไว้

  • ตั้งหม้ออีกใบด้วยไฟปานกลาง เติมน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอสำหรับต้มบัวลอย รอจนน้ำเดือดแล้วใส่แป้งบัวลอยที่ปั้นไว้ลงไป ต้มจนแป้งสุกและลอยขึ้นมา จากนั้นใช้กระชอนตักบัวลอยขึ้นมาแช่ในน้ำเย็นที่เตรียมไว้ เพื่อให้แป้งคงความเหนียวนุ่มและไม่ติดกัน

  • ตักบัวลอยใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิที่ต้มเตรียมไว้ โรยหน้าด้วยงาขาวคั่วเล็กน้อย เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ

บัวลอยสายรุ้ง

บัวลอยไข่หวาน
บัวลอยไข่หวาน
  • ใส่แป้งข้าวเหนียวและแป้งมันลงในอ่างผสม ตามด้วยสีผสมอาหาร จากนั้นค่อย ๆ เติมน้ำสะอาดครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ พร้อมนวดส่วนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำจนครบ 8 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดต่อจนแป้งมีเนื้อเนียนนุ่มเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่เหลวและไม่ติดมือ ใช้ผ้าขาวบางหรือพลาสติกแรปคลุมแป้งไว้เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งแห้ง จากนั้นพักไว้สำหรับนำไปปั้น

  • เมื่อเตรียมแป้งครบทุกสีแล้ว ให้ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร จากนั้นต้มน้ำสะอาดให้เดือดจัด แล้วใส่แป้งบัวลอยลงไปต้ม เมื่อเม็ดบัวลอยสุกและลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ ให้ใช้กระชอนตักขึ้นแล้วนำไปพักในน้ำเย็น เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งติดกัน และเตรียมนำไปต้มรวมกับน้ำกะทิ

  • ตั้งหม้อบนเตาโดยใช้ไฟกลาง ใส่หางกะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือลงไป คนให้ส่วนผสมละลายและเข้ากันดี จากนั้นตอกไข่ใส่ลงในน้ำกะทิทีละฟอง ต้มจนไข่สุกตามต้องการแล้วตักขึ้นพักไว้

  • หลังจากตักไข่ออกจากหม้อแล้ว ให้เติมหัวกะทิลงไปผสมกับหางกะทิ คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่เม็ดบัวลอยที่พักไว้และเนื้อมะพร้าวอ่อนลงในหม้อ ต้มต่ออย่างน้อย 10 นาที เพื่อให้น้ำกะทิที่มีรสหวานมันซึมเข้าไปในเนื้อแป้ง เมื่อครบเวลาแล้วตักบัวลอยใส่ถ้วย วางไข่หวานด้านบนและโรยเนื้อมะพร้าวอ่อน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ “บัวลอยสายรุ้ง” รสชาติหอมหวานมันได้แล้ว

บัวลอยมันม่วงฟักทอง

บัวลอย ใช้ แป้ง อะไร
บัวลอย ใช้ แป้ง อะไร
  • เริ่มจากทำแป้งฟักทอง โดยใส่แป้งข้าวเหนียวสำหรับทำแป้งลงในชามผสม ตามด้วยแป้งมัน ฟักทองนึ่ง และน้ำเย็น จากนั้นนวดส่วนผสมให้เข้ากันจนได้แป้งเนียนนุ่มและไม่ติดมือ แล้วพักแป้งไว้ ส่วนแป้งมันม่วงให้ทำด้วยขั้นตอนเดียวกัน

  • ต่อมาเตรียมไส้ฟักทอง โดยนำฟักทองนึ่งใส่ชามผสม เติมแป้งข้าวเหนียวสำหรับทำไส้และน้ำตาลทราย นวดจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วพักไว้ สำหรับไส้มันม่วงให้ทำด้วยวิธีเดียวกัน

  • นำไส้ฟักทองและไส้มันม่วงมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดประมาณเหรียญบาท จากนั้นแบ่งแป้งที่เตรียมไว้ ปั้นเป็นลูกกลมขนาดเล็กกว่าไส้เล็กน้อย แล้วกดแป้งให้แบน วางไส้ลงตรงกลาง หุ้มแป้งให้มิดและปั้นให้กลม โดยใช้แป้งฟักทองห่อไส้มันม่วง และใช้แป้งมันม่วงห่อไส้ฟักทอง

  • ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด แล้วนำบัวลอยทั้งสองสีลงต้มจนสุก เมื่อลูกบัวลอยลอยขึ้นมาให้ตักออกและนำไปแช่ในน้ำเย็น เพื่อช่วยให้เนื้อบัวลอยเซตตัวและไม่ติดกัน

  • จากนั้นทำน้ำกะทิ โดยตั้งหม้อด้วยไฟปานกลาง เทกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือสมุทร คนให้ส่วนผสมละลายและต้มจนเริ่มเดือด ใส่มะพร้าวอ่อนและงาขาวคั่วลงไป คนให้เข้ากัน แล้วปิดไฟยกหม้อลงจากเตา

  • ตักบัวลอยที่เตรียมไว้ใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิหอมมัน โรยงาขาวคั่วด้านบน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

บัวลอยคัสตาร์ดไข่เค็ม

บัวลอย ใช้แป้งอะไร
บัวลอย ใช้แป้งอะไร
  • บดไข่แดงเค็มให้ละเอียด แล้วพักเตรียมไว้

  • แยกไข่แดงใส่ชามผสม เติมน้ำตาล แป้งข้าวโพด และแป้งคัสตาร์ด จากนั้นใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมให้เข้ากัน เทนมใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟ รอจนนมเริ่มเดือด เติมกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ

  • ค่อย ๆ เทนมร้อนลงในชามไข่แดง พร้อมใช้ตะกร้อมือคนตลอดเวลาเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมดกลับลงหม้อ เปิดไฟกลางแล้วกวนต่อเนื่องจนไส้มีลักษณะข้นและเหนียว ใส่ไข่แดงเค็มที่บดเตรียมไว้ คนให้เข้ากัน ปิดไฟแล้วพักไว้ให้เย็น

  • ผสมแป้งกับน้ำแล้วนวดจนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แบ่งแป้งบัวลอยออกเป็นส่วนเท่า ๆ กัน จากนั้นใส่สีตามต้องการและนวดให้สีกระจายทั่วเนื้อแป้ง

  • นำแป้งที่นวดเสร็จแล้วมาแบ่งเป็นก้อน แผ่แป้งออก ใส่ไส้ไข่เค็มลงตรงกลาง แล้วห่อให้มิด ปั้นเป็นลูกกลมและพักเตรียมไว้

  • ตั้งหม้อน้ำบนไฟ รอจนน้ำเดือดแล้วใส่บัวลอยที่ห่อไส้ลงต้ม ต้มจนบัวลอยสุกและลอยขึ้นมา จากนั้นตักขึ้นพักไว้

  • เทกะทิใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟ ใส่เนื้อมะพร้าว รอจนกะทิเริ่มเดือด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและเกลือ คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตยลงไปต้มจนมีกลิ่นหอม แล้วจึงปิดไฟ

  • ตักบัวลอยใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิและเนื้อมะพร้าว พร้อมจัดเสิร์ฟ

บัวลอยนมสดถั่วแดง

วิธี ทํา แป้งบัวลอย ให้เหนียวนุ่ม
วิธี ทํา แป้งบัวลอย ให้เหนียวนุ่ม
  • ต้มถั่วแดงจนสุกนิ่ม จากนั้นนำไปกวนกับน้ำตาลมะพร้าวจนเนื้อถั่วเหนียวได้ที่ แล้วพักไว้ให้เย็น

  • ใส่แป้งข้าวเหนียวลงในชามผสม ค่อย ๆ เติมน้ำและนวดจนแป้งจับตัวเป็นก้อน นำแป้งมาปั้นเป็นลูก แผ่ให้แบน ใส่ไส้ถั่วแดงกวนตรงกลาง แล้วหุ้มให้มิด

  • นำบัวลอยลงต้มในน้ำเดือด เมื่อแป้งลอยขึ้นมาให้ตักออก แล้วนำไปพักในน้ำเย็นเพื่อไม่ให้แป้งติดกัน

  • เทนมจืดและนมข้นจืดลงในหม้อ ใช้ไฟกลาง ใส่น้ำตาลมะพร้าวแล้วคนจนละลายเข้ากันดี จากนั้นปิดไฟและพักไว้

  • ตักบัวลอยใส่ถ้วย ราดด้วยนมสดร้อน ๆ พร้อมเสิร์ฟ